ยำมาม่าหม่าล่ามะม่วงซี๊ด

"แรงบันดาลใจมาจากความอยากกินอะไรที่มัน 'ซี้ดซ๊าดและนัว' ในวันพักผ่อนครับ ผมอยากลองเอาความเผ็ดชาที่เป็นเอกลักษณ์ของหม่าล่า มาผสมผสานกับความเปรี้ยวสดชื่นของมะม่วงดิบซอยดู จนกลายมาเป็นสูตรที่เน้นความ 'หวานนำ' จากน้ำตาลทรายแดงที่เคี่ยวเป็นน้ำปรุงรสข้นๆ ทำให้รสชาติมันกลมกล่อมและเข้าเนื้อเส้นมาม่าได้ดีสุดๆครับ"
ถ้าทานไม่หมดเก็บใส่ในตู้เย็นและให้คําแนะนํา
1.ใส่กล่องปิดสนิท : นำยำที่เหลือใส่กล่องพลาสติกหรือแก้วที่มีฝาปิดล็อกให้แน่น เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นอาหารในตู้เย็นเข้าไป และป้องกันไม่ให้เส้นแห้งแข็งครับ
2.แช่ตู้เย็นช่องธรรมดา : ให้รีบเอาเข้าตู้เย็นทันที ไม่ควรวางทิ้งไว้ข้างนอกนานเกิน 2 ชั่วโมง โดยแช่ในช่องธรรมดา จะสามารถเก็บไว้ทานต่อได้อีกประมาณ 1 วัน ครับ
ข้อควรรู้เมื่อจะนำกลับมาทาน
1.เส้นจะอืดขึ้น : เส้นมาม่าจะดูดน้ำยำเข้าไปจนนุ่มขึ้นและอาจจะอืดกว่าตอนทำเสร็จใหม่ๆครับ
2.มะม่วงจะคลายน้ำ : มะม่วงจะคายความเปรี้ยวและน้ำออกมา ทำให้น้ำยำอาจจะใสขึ้นเล็กน้อย
3.วิธีอุ่น ถ้าชอบทานแบบเย็นก็เอาออกมาคลุกๆ แล้วทานได้เลย รสชาติจะเข้มข้นขึ้น แต่ถ้าชอบแบบอุ่น ให้เวฟไฟอ่อนๆ เพียงแค่ 30 วินาทีถึง 1 นาทีพอครับ อย่าเวฟนานเดี๋ยวมะม่วงจะนิ่มจนเกินไป
ยำมาม่าหม่าล่ามะม่วงซี๊ด
"แรงบันดาลใจมาจากความอยากกินอะไรที่มัน 'ซี้ดซ๊าดและนัว' ในวันพักผ่อนครับ ผมอยากลองเอาความเผ็ดชาที่เป็นเอกลักษณ์ของหม่าล่า มาผสมผสานกับความเปรี้ยวสดชื่นของมะม่วงดิบซอยดู จนกลายมาเป็นสูตรที่เน้นความ 'หวานนำ' จากน้ำตาลทรายแดงที่เคี่ยวเป็นน้ำปรุงรสข้นๆ ทำให้รสชาติมันกลมกล่อมและเข้าเนื้อเส้นมาม่าได้ดีสุดๆครับ"
ถ้าทานไม่หมดเก็บใส่ในตู้เย็นและให้คําแนะนํา
1.ใส่กล่องปิดสนิท : นำยำที่เหลือใส่กล่องพลาสติกหรือแก้วที่มีฝาปิดล็อกให้แน่น เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นอาหารในตู้เย็นเข้าไป และป้องกันไม่ให้เส้นแห้งแข็งครับ
2.แช่ตู้เย็นช่องธรรมดา : ให้รีบเอาเข้าตู้เย็นทันที ไม่ควรวางทิ้งไว้ข้างนอกนานเกิน 2 ชั่วโมง โดยแช่ในช่องธรรมดา จะสามารถเก็บไว้ทานต่อได้อีกประมาณ 1 วัน ครับ
ข้อควรรู้เมื่อจะนำกลับมาทาน
1.เส้นจะอืดขึ้น : เส้นมาม่าจะดูดน้ำยำเข้าไปจนนุ่มขึ้นและอาจจะอืดกว่าตอนทำเสร็จใหม่ๆครับ
2.มะม่วงจะคลายน้ำ : มะม่วงจะคายความเปรี้ยวและน้ำออกมา ทำให้น้ำยำอาจจะใสขึ้นเล็กน้อย
3.วิธีอุ่น ถ้าชอบทานแบบเย็นก็เอาออกมาคลุกๆ แล้วทานได้เลย รสชาติจะเข้มข้นขึ้น แต่ถ้าชอบแบบอุ่น ให้เวฟไฟอ่อนๆ เพียงแค่ 30 วินาทีถึง 1 นาทีพอครับ อย่าเวฟนานเดี๋ยวมะม่วงจะนิ่มจนเกินไป
วิธีทำ
- 1
ขั้นตอนที่ 1 ปรุงน้ำยำสูตรข้น
- 2
นำผงปรุงรสและน้ำมันพริกจากซองมาม่าใส่ลงในถ้วย
- 3
เติมน้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะลงไปการรวมร่าง: นำเส้นที่สะเด็ดน้ำแล้วใส่ชามผสม เทน้ำยำสูตรข้นลงไปคลุกให้ซอสเคลือบเส้นจนทั่ว
- 4
ขั้นตอนที่ 2 เตรียมเส้นบะหมี่ต้มเส้นมาม่าในน้ำเดือด 2-3 นาทีให้พอหนึบ แล้วนำขึ้นสะเด็ดน้ำผ่านตะแกรงให้แห้งที่สุด
- 5
ตักน้ำร้อนประมาณ 1 ช้อนโต๊ะใส่ลงไป แล้วคนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย ซอสจะดูหนืด เงา และเข้มข้น
- 6
ตั้งน้ำให้เดือดพล่าน แล้วนำเส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 2-3 นาที ให้เส้นยังมีความหนึบ ไม่นิ่มจนเกินไป
- 7
นำเส้นขึ้นมาสะเด็ดน้ำผ่านตะแกรงให้แห้งที่สุด ขั้นตอนนี้สำคัญมากเพื่อให้ซอสเกาะเส้นได้ดี
- 8
ขั้นตอนที่ 3: การรวมร่าง คลุกเคล้า
- 9
นำเส้นบะหมี่ที่ยังร้อนๆ ใส่ลงในชามผสม
- 10
เทน้ำยำสูตรข้นที่เตรียมไว้ลงไปให้หมด
- 11
คลุกเคล้าให้ซอสเคลือบเส้นจนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มสวยงามทั่วทั้งชาม
- 12
โรยมะม่วงซอยที่เตรียมไว้ลงไป คลุกเคล้าเบาๆ ให้เข้ากัน พร้อมจัดเสิร์ฟ
- 13
เสร็จแล้ว
เคล็ดลับ
ความข้นของซอส : การละลายน้ำตาลด้วยน้ำร้อนเพียงเล็กน้อยจะทำให้น้ำยำมีความเหนียวเหมือนน้ำเชื่อม ซึ่งจะเกาะติดเส้นได้ดีกว่าน้ำยำแบบใสๆ
มะม่วงซอย : การซอยมะม่วงให้มีทั้งแบบเส้นและแบบหยัก จะช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสที่หลากหลายและทำให้จานดูน่ากินเหมือนมืออาชีพ
ทานตอนร้อน : การคลุกขณะเส้นยังร้อนจะทำให้เส้นดูดซับรสชาติเผ็ดชาของหม่าล่าและรสหวานนัวได้ดีที่สุดครับ
คำสำคัญ
สูตรอาหารที่คล้ายกัน
สูตรเพิ่มเติม



















ความคิดเห็น