น้ำพริกอ่อง

เป็นน้ำพริกที่คนรู้จักมากที่สุด อันที่จริงคนเมืองเราเอาสูตรมาจากไทใหญ่ เราสังเกตเห็นว่า เขตบ้านเรา พวกเมืองที่นำหน้าด้วยเชียง กับกลุ่มล้านนาล้านช้าง ก็มีเมนู น้ำพริกจากมะเขือเทศที่รสไม่ต่างกันมาก บางที่เรียกน้ำพริกมะเขือส้ม ที่ลาวเรียกแจ่วหมากเลน เป็นน้ำพริกมะเขือเทศไม่ใส่หมู แจ่วหมากเลนทางหลวงพระบางคือ รสบางเบาผู้ดีมากๆ ไปกินทีต้องสั่งสามสี่ถ้วย เพราะกินง่ายเกินไป (ไม่ใช่เรากินเยอะนะ 5555)
น้ำพริกอ่องสูตรที่เคยทำมามีสองแบบ ค่ะ คือแบบ จ่าว หรือผัดน้ำพริกกับหมูก่อน และแบบที่ไม่ผัดน้ำมันเลย แต่เอามาลง โซ่น้ำมันทีหลังตอนเสร็จแล้ว รสชาติก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ค่ะ เพียงแต่คนสอนคนละคนกัน
การเลือกมะเขือเทศ ตอนนี้ฤดูฝน มะเขือเทศสีดาไม่เปรี้ยวแหลม แต่ฉ่ำน้ำ ชาวบ้านว่าจืดไป ครั้งนี้เราผสมมะเขือเทศ สีดา มะเขือเทศราชินี และมะเขือเทศลูกใหญ่ เข้าด้วยกัน รสชาติออกมาพอดีมาก เพราะเคยทำตอนฤดูหนาว ใส่มะเขือเทศเยอะไปเลยออกเปรี้ยวแหลมจัด ส่วนเรื่องปริมาณการใช้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล และความชอบในรสชาติของน้ำพริกอ่องค่ะ ส่วนหมูนั้น ที่บ้านจะใช้หมูเนื้อแดงกับสามชั้นครึ่งๆ เพราะชอบให้น้ำพริกมีความมัน ให้กัดโดนหนังบ้างอะไรบ้าง และพวกเราชอบทำทีละเยอะๆ เพราะน้ำพริกอ่องทิ้งไว้สักคืน ทำไมมันอร่อยมากก็ไม่รู้ 555
น้ำพริกอ่อง
เป็นน้ำพริกที่คนรู้จักมากที่สุด อันที่จริงคนเมืองเราเอาสูตรมาจากไทใหญ่ เราสังเกตเห็นว่า เขตบ้านเรา พวกเมืองที่นำหน้าด้วยเชียง กับกลุ่มล้านนาล้านช้าง ก็มีเมนู น้ำพริกจากมะเขือเทศที่รสไม่ต่างกันมาก บางที่เรียกน้ำพริกมะเขือส้ม ที่ลาวเรียกแจ่วหมากเลน เป็นน้ำพริกมะเขือเทศไม่ใส่หมู แจ่วหมากเลนทางหลวงพระบางคือ รสบางเบาผู้ดีมากๆ ไปกินทีต้องสั่งสามสี่ถ้วย เพราะกินง่ายเกินไป (ไม่ใช่เรากินเยอะนะ 5555)
น้ำพริกอ่องสูตรที่เคยทำมามีสองแบบ ค่ะ คือแบบ จ่าว หรือผัดน้ำพริกกับหมูก่อน และแบบที่ไม่ผัดน้ำมันเลย แต่เอามาลง โซ่น้ำมันทีหลังตอนเสร็จแล้ว รสชาติก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ค่ะ เพียงแต่คนสอนคนละคนกัน
การเลือกมะเขือเทศ ตอนนี้ฤดูฝน มะเขือเทศสีดาไม่เปรี้ยวแหลม แต่ฉ่ำน้ำ ชาวบ้านว่าจืดไป ครั้งนี้เราผสมมะเขือเทศ สีดา มะเขือเทศราชินี และมะเขือเทศลูกใหญ่ เข้าด้วยกัน รสชาติออกมาพอดีมาก เพราะเคยทำตอนฤดูหนาว ใส่มะเขือเทศเยอะไปเลยออกเปรี้ยวแหลมจัด ส่วนเรื่องปริมาณการใช้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล และความชอบในรสชาติของน้ำพริกอ่องค่ะ ส่วนหมูนั้น ที่บ้านจะใช้หมูเนื้อแดงกับสามชั้นครึ่งๆ เพราะชอบให้น้ำพริกมีความมัน ให้กัดโดนหนังบ้างอะไรบ้าง และพวกเราชอบทำทีละเยอะๆ เพราะน้ำพริกอ่องทิ้งไว้สักคืน ทำไมมันอร่อยมากก็ไม่รู้ 555
วิธีทำ
- 1
โขลกกระเทียม พริก รากผักชีหรือเม็ดผักชีให้ละเอียด ใส่หอมแดงและกะปิโขลกให้ละเอียด พี่สาวที่เคยสอนทำเขาไม่กินปลาร้า ก็เลยใช้ถั่วเน่าแผ่นย่างตำลงไปกับนำ้พริกด้วย แอนชอบทั้งสองแบบค่ะ แต่ถ้าทำกินเองชอบใส่ปลาร้ามากกว่า พลังอูมามิเยอะดี
- 2
สูตรไม่ใส่ปลาร้าจะหั่นมะเขือเทศ หมูสับใส่ตำกับน้ำพริกไปเลย แล้วจึงเอาลงกระทะ เคี่ยวไฟอ่อน จนทุกอย่างสุกดี น้ำงวด ชิมให้ได้รสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด ก็ยกลง ถ้าอยากให้นัวให้เอาลงผัดน้ำมันอีกครั้ง พี่สาวคนที่สอนทำเธอบอกว่าเอาเก็บใส่ตู้เย็น จะกินเอามาผัดอีกเป็นรอบๆ ก็ได้ สูตรนี้น้ำจะเยอะหน่อย
- 3
สูตรบ้านแอนนคือใส่ปลาร้า เริ่มต้นจากการ ตั้งกระทะใส่น้ำมันเจียวกระเทียมให้หอม เอาน้ำพริกลงผัด หอมดีแล้วก็เอา หมูลงผัดค่ะ พอสุกก็เอามะเขือเทศที่หั่นลง กระบวนการนี้ถ้าขี้เกียจรอก็เอา สากบี้ๆ หรือจะใช้ทัพพีบี้ก็ได้ ที่บ้านชอบใช้สากค่ะหนักดี งานเร็ว จากนั้นก็เคี่ยวไปเรื่อยๆ ค่ะ เติมน้ำลงไปนิดหน่อย น้ำมันจากที่เราผัด น้ำมันจากหมูสามชั้น ออกมาลอยย่อง น้ำงวดๆ ถือว่าใช้ได้ (รอบนี้มัวแต่เหม่อ น้ำเลยเจิ่งไปหน่อย 555)
- 4
น้ำพริกอ่องแต่ละบ้านก็ทำไม่เหมือนกันนะคะ บางพื้นที่แถวลำปางก็ทำน้ำพริกอ่องใส่ไข่ลงไปคั่วด้วย บางบ้านใช้เนื้อปลาเค็มแทนปลาร้า มันไม่มีสูตรตายตัวเลย ขอแค่ออกมาแบบรสที่เราต้องการก็พอ
คำสำคัญ
สูตรอาหารที่คล้ายกัน
สูตรเพิ่มเติม









ความคิดเห็น