หุงข้าวให้คาร์บต่ำลง (สำหรับคนทานโลคาร์บที่ทานข้าว)

เริ่มเลยคือเลือกข้าวหอมมะลิ กข 43 ที่มีคาร์บต่ำกว่าข้าวหอมปกติประมาณ 12% แล้วใช้วิธีหุงข้าวแบบเช็ดน้ำ ซึ่งนิยมหุงในแบบโบราณ ก่อนที่จะมีหม้อหุงข้าวใช้กันแพร่หลาย
สาเหตุที่หุงแบบเช็ดน้ำแล้วคาร์บน่าจะต่ำลงไปอีกเพราะว่าเมื่อต้มข้าวจะมีคาร์บจากข้าวละลายปนออกมาอยู่ในน้ำข้าว ถ้าหุงหม้อหุงข้าวคาร์บที่ออกมาจะถูกดูดกลับไปในข้าว ข้าสุกก็น้ำแห้งพอดี แต่ในการหุงข้าวแบบเช็ดน้ำ ถึงจุดที่ข้าวเริ่มสุก (เมล็ดข้าวเปลี่ยนเป็นสีขาว ตัวเมล็ดบวมเล็กน้อย) จะเทน้ำข้าวออกมาซึ่งคาร์บจะออกมาด้วย แล้วดงข้าวต่อให้น้ำแห้ง ข้าวจะสุกพอดี แต่เราก็ไม่รู้แน่ๆ ว่าคาร์บจะลดลงไปอีกเท่าไรแน่ แต่ก็มีทริกเล็กๆ ที่อ่านเจอว่าข้าวที่หุงออกมาแข็งหน่อยคาร์บจะต่ำกว่าข้าวที่หุงออกมาแบบนิ่มๆ
ทดลองหุงครั้งแรกข้าวแฉะ เพราะเทน้ำข้าวออกตอนเมล็ดข้าวบานแล้ว ครั้งที่สองหุงออกมาพอดีเลย เทน้ำออกตอนที่เมล็ดข้าวเปลี่ยนเป็นสีขาวและข้าวบานออกแค่เล็กน้อย(ลองดูรูป) ต้องลองทดลองดูครับ สำหรบคนที่ทานโลคาร์บที่ทานข้าวด้วยน่าจะลองหุงข้าวแบบเช็ดน้ำทานดู
หุงข้าวให้คาร์บต่ำลง (สำหรับคนทานโลคาร์บที่ทานข้าว)
เริ่มเลยคือเลือกข้าวหอมมะลิ กข 43 ที่มีคาร์บต่ำกว่าข้าวหอมปกติประมาณ 12% แล้วใช้วิธีหุงข้าวแบบเช็ดน้ำ ซึ่งนิยมหุงในแบบโบราณ ก่อนที่จะมีหม้อหุงข้าวใช้กันแพร่หลาย
สาเหตุที่หุงแบบเช็ดน้ำแล้วคาร์บน่าจะต่ำลงไปอีกเพราะว่าเมื่อต้มข้าวจะมีคาร์บจากข้าวละลายปนออกมาอยู่ในน้ำข้าว ถ้าหุงหม้อหุงข้าวคาร์บที่ออกมาจะถูกดูดกลับไปในข้าว ข้าสุกก็น้ำแห้งพอดี แต่ในการหุงข้าวแบบเช็ดน้ำ ถึงจุดที่ข้าวเริ่มสุก (เมล็ดข้าวเปลี่ยนเป็นสีขาว ตัวเมล็ดบวมเล็กน้อย) จะเทน้ำข้าวออกมาซึ่งคาร์บจะออกมาด้วย แล้วดงข้าวต่อให้น้ำแห้ง ข้าวจะสุกพอดี แต่เราก็ไม่รู้แน่ๆ ว่าคาร์บจะลดลงไปอีกเท่าไรแน่ แต่ก็มีทริกเล็กๆ ที่อ่านเจอว่าข้าวที่หุงออกมาแข็งหน่อยคาร์บจะต่ำกว่าข้าวที่หุงออกมาแบบนิ่มๆ
ทดลองหุงครั้งแรกข้าวแฉะ เพราะเทน้ำข้าวออกตอนเมล็ดข้าวบานแล้ว ครั้งที่สองหุงออกมาพอดีเลย เทน้ำออกตอนที่เมล็ดข้าวเปลี่ยนเป็นสีขาวและข้าวบานออกแค่เล็กน้อย(ลองดูรูป) ต้องลองทดลองดูครับ สำหรบคนที่ทานโลคาร์บที่ทานข้าวด้วยน่าจะลองหุงข้าวแบบเช็ดน้ำทานดู
วิธีทำ
- 1
เอาข้าวใส่หม้อ เลือกหม้อที่ใหญ่หน่อย ให้ข้าวไม่เกินครึ่งหม้อ
- 2
ซาวข้าวให้สะอาด สังเกตุสีของเมล็ดข้าวจะมีสีออกขุ่นๆ
- 3
ใส่น้ำเปล่าเยอะๆ ให้เกินครึ่งหม้อมาหน่อย
- 4
ปิดฝาเปิดไฟแรง
- 5
รอให้น้ำเดือด ใช้ทัพพีคนข้าวเพื่อไม่ให้ข้าวติดก้นหม้อ เปิดฝาไว้ สังเกตุสีและขนาดของเมล็ดข้าวไปเรื่อยๆ
- 6
เมล็ดข้าวจะเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีขาว แบบนี้ยังใช้ไม่ได้
- 7
เมล็ดข้าวเริ่มพองสีเริ่มขาวขึ้นแต่ยังไม่ขาวเติมเมล็ด ยังใช้ไม่ได้
- 8
ข้าวพองแต่ยังไม่แตก สีเมล็ดข้าวเปลี่ยนเป็นสีขาวเติมเมล็ด ถ้าชิมดูจะไม่เป็นไตแล้ว) ตรงนี้สำคัญมาก ต้องคอยสังเกตุ ได้แบบนี้คือปิดไฟได้เลย
- 9
ปิดฝา หาไม้มาขัดหม้อ หรือใช้ผ้าดันก็ได้ เพื่อเทน้ำข้าวออกมาทิ้ง(หรือเอาไปรดน้ำต้นไม้ก็ได้นะ) ระวังถ้าปิดฝาแน่นเกินไปน้ำจะไม่ไหนออกมา หรือไหลได้น้อย
- 10
พอน้ำไหลออก ข้าวเปียกหมาดๆ ก็เอาตั้งเตาอีกครั้ง ใช้ไฟเบาๆ เพื่อดงข้าว ให้ข้าวแห้งและสุกพอดี
- 11
เอียงหม้อและเขย่า เอียงไปเรื่อยๆ เขย่าแรกๆ จะมีเสียง จะมีไอน้ำเริ่มออกมา ต้องเอียงและเขย่าไปเรื่อยๆ ไม่งั้นข้าวจะไหม้ติดก้นหม้อ เมื่อเขย่าแล้วเริ่มไม่มีเสีย ลองปิดไฟและเปิดฝาหม้อดู
- 12
ข้าวที่ได้ควรจะแห้งและฟูขึ้นหม้อดี ถ้าข้าวแฉะอาจเป็นเพราะตอนเราเทน้ำข้าวทิ้งข้าวบานเกินไป ต้องกะให้เทน้ำข้าวออกเร็วกว่านั้น ถ้าข้าวยังดิบอยู่แสดงว่าเทน้ำออกเร็วไป สามารถเติมน้ำแล้วดงข้าวต่อเพื่อให้สุก ลองทำซัก 2-3 รอบจะทำได้แม่นขึ้นครับ
- 13
น้ำข้าว จะสังเกตุว่าเป็นน้ำข้นๆ เป็นแป้ง คาร์บทั้งนั้นเลย รอเย็นแล้วเอาไปรดน้ำต้นไม้ได้
คำสำคัญ
สูตรอาหารที่คล้ายกัน
สูตรเพิ่มเติม


















ความคิดเห็น