ทอดสเต็กแบบ cold-searing

วิธีทอดสเต็กอีกแบบที่ผมเห็นทาง youtube ผ่านช่อง America's Test Kitchen เขาเรียกวิธีการแบบนี้ว่าเป็นการทอดแบบ cold-searing
เป็นวิธีการทอดสเต็กที่บ้านที่เขาว่าดีที่สุด ไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ เพียงแค่กระทะเทฟล่อน ไม่ทำให้ควันโขมง ไม่ทำให้น้ำมันกระเด็นเลอะครัว เพียงแต่ควรจะมีที่วัดอุณหภูมิเนื้อไว้ใช้วัดความสุกที่ต้องการสำหรับคนที่ใช้วิธีกดเนื้อเพื่อดูความสุกไม่เป็น
คือปกติเวลาทอดสเต็ก จะใช้กระทะตั้งไฟให้ร้อนจัดแล้วถึงจะเอาเนื้อลงไปทอด ควันมาก น้ำมันกระเด็น แต่วิธีนี้จะเอาเนื้อใส่ลงไปในกระทะที่ยังเย็นอยู่ แล้วถึงเริ่มเปิดไฟ จะมีการกลับเนื้อเรื่อยๆ และเมื่อทอดไปซักพักจะลดไฟลงและกลับเนื้อต่อไปเพื่อสร้าง Crust บนเนื้อ วิธีการแบบนี้เวลาทอดสเต็กจะไม่มีควันโขมง จะไม่มีน้ำมันกระเด็นกระดอนไปทั่ว แล้วได้ความสุกของเนื้อค่อนข้างแม่นยำ เพราะมีการวัดอุณหภูมิเนื้อเรื่อยๆ ใช้กระทะเทฟล่อนธรรมดาทำก็อร่อย
มีคนที่ทำตามมายืนยันมากมายว่าเป็นวิธีการทอดสเต็กที่บ้านที่ดีที่สุด สามารถทำตามได้อย่างง่ายดาย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เนื้อควรจะมีความหนามากกว่า 1.5 นิ้ว ถึงจะได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด สามารถนำเทคนิคนี้ไปใช้กับเนื้ออื่นๆ เช่น เนื้อหมู ปลาแซลมอน เป็นต้น
เนื้อผมจะหนาแค่ 1" ผมเลยต้องปรับวิธีการเล็กน้อย ไม่งั้นเนื้อจะสุกถึงจุดที่ชอบก่อนที่ด้านนอกเนื้อจะเกรียมแบบที่ชอบ
ทอดสเต็กแบบ cold-searing
วิธีทอดสเต็กอีกแบบที่ผมเห็นทาง youtube ผ่านช่อง America's Test Kitchen เขาเรียกวิธีการแบบนี้ว่าเป็นการทอดแบบ cold-searing
เป็นวิธีการทอดสเต็กที่บ้านที่เขาว่าดีที่สุด ไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ เพียงแค่กระทะเทฟล่อน ไม่ทำให้ควันโขมง ไม่ทำให้น้ำมันกระเด็นเลอะครัว เพียงแต่ควรจะมีที่วัดอุณหภูมิเนื้อไว้ใช้วัดความสุกที่ต้องการสำหรับคนที่ใช้วิธีกดเนื้อเพื่อดูความสุกไม่เป็น
คือปกติเวลาทอดสเต็ก จะใช้กระทะตั้งไฟให้ร้อนจัดแล้วถึงจะเอาเนื้อลงไปทอด ควันมาก น้ำมันกระเด็น แต่วิธีนี้จะเอาเนื้อใส่ลงไปในกระทะที่ยังเย็นอยู่ แล้วถึงเริ่มเปิดไฟ จะมีการกลับเนื้อเรื่อยๆ และเมื่อทอดไปซักพักจะลดไฟลงและกลับเนื้อต่อไปเพื่อสร้าง Crust บนเนื้อ วิธีการแบบนี้เวลาทอดสเต็กจะไม่มีควันโขมง จะไม่มีน้ำมันกระเด็นกระดอนไปทั่ว แล้วได้ความสุกของเนื้อค่อนข้างแม่นยำ เพราะมีการวัดอุณหภูมิเนื้อเรื่อยๆ ใช้กระทะเทฟล่อนธรรมดาทำก็อร่อย
มีคนที่ทำตามมายืนยันมากมายว่าเป็นวิธีการทอดสเต็กที่บ้านที่ดีที่สุด สามารถทำตามได้อย่างง่ายดาย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เนื้อควรจะมีความหนามากกว่า 1.5 นิ้ว ถึงจะได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด สามารถนำเทคนิคนี้ไปใช้กับเนื้ออื่นๆ เช่น เนื้อหมู ปลาแซลมอน เป็นต้น
เนื้อผมจะหนาแค่ 1" ผมเลยต้องปรับวิธีการเล็กน้อย ไม่งั้นเนื้อจะสุกถึงจุดที่ชอบก่อนที่ด้านนอกเนื้อจะเกรียมแบบที่ชอบ
วิธีทำ
- 1
เราจะมาทำ dry brining กันก่อนนะครับ วิธีนี้จะเป็นการหมักเกลือเพื่อให้เนื้อฉ่ำน้ำและมีรสชาติ ด้านนอกก็จะแห้งเหมาะหับการทอดเนื้อเพื่อให้เกิด crust กรอบๆ
ให้นำเนื้อริบอายออกมาวางบนตะแกรง ซับน้ำออกให้มากที่สุด ผมจะใช้เกลือรมควันไม้ เนื้อจะได้หอมขึ้น ใช้เกลือธรรมดาก็ได้ครับ ผมจะใช้เกลือประมาณ 1% ของน้ำหนักเนื้อ
- 2
นำเกลือมาโรยและใช้มือลูบให้เกลือกระจายไปทั่วทั้งชิ้น ออกจากนั้นนำเข้าตู้เย็นเพื่อให้ตู้เย็นดูดความชื้นและด้านนอกของเนื้อจะแห้งขึ้น อย่างน้อย 4 ชั่วโมง และนานมากสุดไม่ควรเกิน 24 ชั่วโมง
- 3
เมื่อครบเวลาแล้วและพร้อมที่จะทอด ให้นำเนื้อออกจากตู้เย็นวางลงบนกระทะเทฟล่อน ยังไม่ต้องเปิดไฟ (ความที่เนื้อเราไม่ได้หนาขนาด 1.5 นิ้ว ผมจะใช้ไอเย็นในเนื้อช่วยถ้าสามารถทอดได้ เราเลยไม่ต้องเอาเนื้อออกจากตู้เย็นก่อนเวลาเพื่อให้เนื้อมีอุณหภูมิสูงขึ้นเท่าอุณหภูมิห้อง)
ให้เตรียมที่วัดอุณหภูมิเอาไว้ด้วยนะครับ พอดีผมถนัดเป็นองศาฟาเรนไฮต์ เลยตั้งเครื่องวัดไว้เป็นหน่วยฟาเรนไฮต์ ผมจะทอดเนื้อให้ได้ความสุกมีเดียมแรว์ ผมจะทอดจนอุณหภูมิภายในเนื้อได้ประมาณ 126 ฟาเรนไฮต์ (52.2 C) ก็จะเอาเนื้อขึ้นมาพัก
- 4
เริ่มต้นทอดกันเลยครับ เราจะไม่ใส่น้ำมันเลยนะครับ ให้เปิดไฟแรง และเริ่มจับเวลา ปล่อยเนื้อไว้ให้แนบกระทะพอครบ 2 นาทีให้กลับด้านเนื้อ จากนั้นรออีก 2 นาที ไปกลับด้านเหนืออีกครั้ง และเบาไฟจากไฟแรงเป็นไฟกลาง
- 5
จากนั้นทิ้งไว้ 1 นาที แล้วใช้ที่วัดอุณหภูมิแล้ววัดเนื้อ ให้เสียบเข้าไปในเนื้อส่วนที่หนาที่สุด ถ้าอุณหภูมิยังไม่ถึงก็ให้กลับด้านเนื้อและทอดต่ออีก 1 นาที (ถ้าเนื้อหนาเกิน 1.5 นิ้วให้กลับทุกๆ 2 นาทีแทนครับ) ของผมเนื้อจะมีอุณหภูมิได้ประมาณ 124F องศาตอนนาทีที่ 6
จากนั้นผมจะคีบเนื้อและเอาด้านข้างมาแนบกับกระทะเพื่อให้เนื้อที่ขอบเกรียมรอบด้าน ไม่ได้ทำนานนะครับเดี๋ยวด้านในจะสุกเกินไป
- 6
จากนั้นเอานิ้ววางบนจาน เราจะพักเนื้อโดยการปิดแผ่นอลูมิเนียมฟอยล์ เพื่อให้น้ำในเนื้อสงบตัวลง เวลาหันเนื้อน้ำจะไม่ไหลออกมาเยอะ เราจะพักเป็นเวลาประมาณ 4-5 นาที ตอนพักเนื้ออุณหภูมิในเนื้ออาจจะขึ้นมาได้มากถึง 5-7F นะครับ ตอนเอาเนื้อขึ้นต้องเผื่อตรงนี้ไว้ด้วย ว่าพักเนื้อเสร็จแล้วจะให้สุกประมาณเท่าไหร่ ผมจะชอบให้เนื้อสุกี้อุณหภูมิสุดท้ายประมาณ 129-131F
- 7
เมื่อพักเหนื่อยครบเวลา ก็นำออกมาหากินได้เลยครับ ณ จุดนี้ถ้าอยากจะโรยพริกไทยก็โรยได้ กินได้เลยครับ
- 8
ของกินก็เลยซอสที่เราชอบได้เลย ผมจะชอบกินกับซอส A1 และซอสทาบาสโก้ด้วย
คำสำคัญ
สูตรอาหารที่คล้ายกัน
สูตรเพิ่มเติม





















ความคิดเห็น