กิมจิ - Kimchi

เราชอบทานกิมจิมากๆ นอกจากรสชาดดีแล้วยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เวลาไปทานอาหารที่ร้านอาหารเกาหลี หรือ ร้านอาหารญี่ปุ่น (มีร้านอาหารญี่ปุ่นหลายร้าน ที่มีเมนูนี้ขายด้วย, แต่รสชาดสู้ของเกาหลีไม่ได้... อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะ) เราก็จะสั่งกิมจิมาทาน แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมราคาถึงแพงนัก... เราเลยหาวิธีทำออนไลน์จากต้นตำรับชาวเกาหลี, แล้วเอามาปรับแต่งโดยใช้วัตถุดิบที่หาได้ในตลาดบ้านเรา...
เราทำกิมจิมาหลายไหแล้ว แต่ไม่ได้เขียนบล๊อกซักที....... น้องสาวจะย้ายไปอยู่อเมริกาเลยชวนมาเลี้ยงส่ง เราเลยทำกิมจิเตรียมให้น้องๆ เขาลองทานกัน ก็เลยถ่ายรูปเพื่อเอามาเขียนบล๊อก.
กิมจิ - Kimchi
เราชอบทานกิมจิมากๆ นอกจากรสชาดดีแล้วยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เวลาไปทานอาหารที่ร้านอาหารเกาหลี หรือ ร้านอาหารญี่ปุ่น (มีร้านอาหารญี่ปุ่นหลายร้าน ที่มีเมนูนี้ขายด้วย, แต่รสชาดสู้ของเกาหลีไม่ได้... อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะ) เราก็จะสั่งกิมจิมาทาน แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมราคาถึงแพงนัก... เราเลยหาวิธีทำออนไลน์จากต้นตำรับชาวเกาหลี, แล้วเอามาปรับแต่งโดยใช้วัตถุดิบที่หาได้ในตลาดบ้านเรา...
เราทำกิมจิมาหลายไหแล้ว แต่ไม่ได้เขียนบล๊อกซักที....... น้องสาวจะย้ายไปอยู่อเมริกาเลยชวนมาเลี้ยงส่ง เราเลยทำกิมจิเตรียมให้น้องๆ เขาลองทานกัน ก็เลยถ่ายรูปเพื่อเอามาเขียนบล๊อก.
วิธีทำ
- 1
นำผักกาดขาวมาผ่าครึ่ง.
- 2
แล้วผ่าอีกครึ่งหนึ่ง (1 หัว ผ่าเป็น 4 ซีก) ตามรูป แล้วนำไปล้างน้ำเปล่าให้สะอาด แล้วพักใส่ตะกร้าให้สะเด็ดน้ำ.
- 3
แล้วนำเกลือมาโปรยทุกกลีบ ให้ทั่ว เราใช้เกลือประมาณครึ่งถ้วยตวง ถ้าเกลือไม่พอ สามารถเพิ่มได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะเค็ม เพราะจะต้องล้างออกทีหลังอยู่ดี.
- 4
ูรูปนี้ถ่ายหลักจากใส่เกลือทุกกลีบแล้ว จะเห็นว่าผักกาดขาวเต็มอ่างที่ใส่เลย... ทิ้งผักกาดขาวที่ใส่เกลือไว้ แล้วพลิกทุกๆ ครึ่งชั่วโมง พลิกประมาณ 5-6 ครั้ง รวมเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 3 ชั่วโมง.
- 5
เมื่อผักกาดขาวได้ที่ ก็จะคายน้ำและหดเหลือประมาณหนึ่งในสี่ของจำนวนก่อนที่เราหมักเกลือ ถ้าคลิ๊กดูในรูปนี้จะเห็นว่าผักกาดขาวคายน้ำออกมาเยอะมาก.
- 6
นำผักกาดขาวที่หมักเกลือมาล้างน้ำเปล่า 2-3 น้ำ.
- 7
บีบให้แห้ง... ผักกาดขาวช้ำก็ไม่เป็นไร แต่อย่าบิดเหมือนบิดผ้าตากจนผักมันแหลก.
- 8
แล้วหั่นใส่ชามเปลใหญ่ๆ ขอย้ำว่าใหญ่ๆ เพราะเวลาคลุกจะได้ไม่เลอะเทอะ แล้วเอาฝาชีปิดพักไว้.
- 9
ล้างและปลอกหัวไชเท้าและแครอท แล้วขูดโดยใช้ที่ขูดมะละกอที่ใช้ทำส้มตำ ใครจะหั่นก็ได้แต่จะเสียเวลามากๆ. ล้างต้นหอมให้สะอาดแล้วหั่นประมาณท่อนละหนึ่งนิ้ว แล้วเอาฝาชีปิดพักไว้.
- 10
เอาแป้งข้าวเหนียว 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำครึ่งถ้วยตวงตั้งไฟอ่อน ค่อยๆ คน ต้องคนตลอด ไม่เช่นนั้นแป้งจะเกาะตัวกันเป็นก้อนและจะสุกไม่เท่ากัน.
- 11
พอเดือดแป้งจะเริ่มใส ให้ใส่น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ คนจนน้ำตาลละลายแล้วปิดไฟ (ไฟที่เตานะจ๊ะ, ไม่ใช่สวิสต์ไฟที่ผนัง 5555)
- 12
ปั่นพริกแห้ง, กระเทียมไทย, หอมหัวใหญ่ และขิง (ที่จริงปั่นเตรียมไว้ก่อนต้มแป้ง) นำเครื่องปรุงที่ปั่นทั้งหมดเทใส่กระทะแป้งต้ม.
- 13
นำกุ้งแห้งแช่น้ำและล้างสะอาดแล้ว มาใส่ในน้ำปรุง, เติมน้ำปลา แล้วคนให้เข้ากัน.
- 14
นำแครอทขูด, หัวไชเท้าขูดและต้นหอมหั่นที่พักไว้ มาเทใส่รวมกับผักกาดขาวที่เตรียมไว้.
- 15
นำน้ำปรุงมาราดใส่ผักกาดขาวที่เตรียมไว้.
- 16
คนให้เข้ากัน.
- 17
ตักใส่ไห หรือภาชนะที่มีฝาปิด, ใช้ทัพพีกดไล่อากาศ, และอย่าตักผักใส่จนเต็ม ให้เหลือเนื้อที่ด้านบนประมาณ 1 นิ้ว เพราะกิมจิจะขยายตัวและล้นออกมา. (อย่าใช้โหลที่มีฝาปิดแบบผนึกอากาศ เพราะเมื่อหมักกิมจิจะเกิดแก๊สและทำให้โหลแตกได้) เสร็จแล้วปิดฝา ทิ้งไว้นอกตู้เย็น 1 คืน วันรุ่งขึ้นให้นำไปเก็บไว้ในตู้เย็น.
- 18
เราหมักแค่คืนเดียวแล้วตักออกมาชิม รสชาดอร่อยใช้ได้ แต่ถ้าจะให้ดีหมักไว้ 3-4 วันแล้วค่อยกิน รสชาดถึงจะเปรี้ยวได้ที่.
สูตรอาหารที่คล้ายกัน
สูตรเพิ่มเติม





















ความคิดเห็น (3)