ฉู่ฉี่ปลาทับทิม
เล่าเรื่องแกงไทยประจำบ้าน
“เมื่อรู้จักที่มา คุณค่าก็สูงขึ้น” นี่เป็นวาทะของอาจารย์ บุญนำ ทายสัมฤทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเช่นเดียวกันกับอาหาร ถ้ารู้ที่มาอาหารจะเอร็ดอร่อยยิ่งขึ้นไป เกร็ดความรู้ปลีกย่อยต่างๆเกี่ยวกับวัตถุดิบ การเลือกวัตถุดิบ เทคนิคการเตรียมและเทคนิคการปรุงจะช่วยเสริมวัฒนธรรมทางอาหารการกินให้น่าสนใจและชวนติดตาม เช่นเดียวกับ
ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อนสูตรบ้านครูจอร์ชที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ เป็นตำหรับที่ตกทอดมาจากรุ่นคุณยายของครูจอร์ช ซึ่งเป็น
คุณข้าหลวงของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเจริญศรีชนมายุ พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 คุณยายครูอาศัยอยู่บ้านริมคลองบางกอกน้อย แวดล้อมด้วยเพื่อนบ้านชาวมุสลิม ซึ่งนิยมบริโภคอาหารที่หนักเครื่องเทศและใส่หลากหลายชนิด จากอิทธิพลนี้เองคุณยายของครูซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการทำเครื่องคาวหวานตั้งแต่
ครั้งยังอยู่ในวัง ได้นำความรู้นี้มายืดหยุ่นดัดแปลงใส่เครื่องเทศต่างๆได้อย่างดีเยี่ยมจนเหมาะสมลงตัว ได้เป็นฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อนสูตรบ้านครูจอร์ช สูตรนี้เองถูกส่งผ่านมือจากคุณยายของครูสู่มือรุ่นคุณแม่ของครู จนกระทั่งมาถึงรุ่นครูจอร์ช
ซึ่งเป็นรุ่นที่สาม พริกแกงฉู่ฉี่ทั่วๆไปใส่เครื่องเทศ(Spice) อย่างมากแค่ 3 ชนิด แต่พริกแกงฉู่ฉี่สูตรบ้านครูจอร์ช
ใส่เครื่องเทศมากถึง 9 ชนิด ได้แก่ ลูกผักชี ยี่หร่า ลูกเฮ็น ใบกระวานฝรั่ง อบเชย ดอกจันทน์ ลูกจันทน์ กานพลูและ
พริกไทยขาว ได้พริกแกงฉู่ฉี่สูตรเฉพาะ เมื่อแกงออกมาจะได้น้ำแกงสีสวย หอมเครื่องเทศ รสชาติเข้มข้นอย่างยิ่ง
จึงอยากจะแบ่งปันความอร่อยนี้ให้ผู้อื่นได้รับประทานเช่นกัน
ฉู่ฉี่ปลาทับทิม
เล่าเรื่องแกงไทยประจำบ้าน
“เมื่อรู้จักที่มา คุณค่าก็สูงขึ้น” นี่เป็นวาทะของอาจารย์ บุญนำ ทายสัมฤทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเช่นเดียวกันกับอาหาร ถ้ารู้ที่มาอาหารจะเอร็ดอร่อยยิ่งขึ้นไป เกร็ดความรู้ปลีกย่อยต่างๆเกี่ยวกับวัตถุดิบ การเลือกวัตถุดิบ เทคนิคการเตรียมและเทคนิคการปรุงจะช่วยเสริมวัฒนธรรมทางอาหารการกินให้น่าสนใจและชวนติดตาม เช่นเดียวกับ
ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อนสูตรบ้านครูจอร์ชที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ เป็นตำหรับที่ตกทอดมาจากรุ่นคุณยายของครูจอร์ช ซึ่งเป็น
คุณข้าหลวงของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเจริญศรีชนมายุ พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 คุณยายครูอาศัยอยู่บ้านริมคลองบางกอกน้อย แวดล้อมด้วยเพื่อนบ้านชาวมุสลิม ซึ่งนิยมบริโภคอาหารที่หนักเครื่องเทศและใส่หลากหลายชนิด จากอิทธิพลนี้เองคุณยายของครูซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการทำเครื่องคาวหวานตั้งแต่
ครั้งยังอยู่ในวัง ได้นำความรู้นี้มายืดหยุ่นดัดแปลงใส่เครื่องเทศต่างๆได้อย่างดีเยี่ยมจนเหมาะสมลงตัว ได้เป็นฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อนสูตรบ้านครูจอร์ช สูตรนี้เองถูกส่งผ่านมือจากคุณยายของครูสู่มือรุ่นคุณแม่ของครู จนกระทั่งมาถึงรุ่นครูจอร์ช
ซึ่งเป็นรุ่นที่สาม พริกแกงฉู่ฉี่ทั่วๆไปใส่เครื่องเทศ(Spice) อย่างมากแค่ 3 ชนิด แต่พริกแกงฉู่ฉี่สูตรบ้านครูจอร์ช
ใส่เครื่องเทศมากถึง 9 ชนิด ได้แก่ ลูกผักชี ยี่หร่า ลูกเฮ็น ใบกระวานฝรั่ง อบเชย ดอกจันทน์ ลูกจันทน์ กานพลูและ
พริกไทยขาว ได้พริกแกงฉู่ฉี่สูตรเฉพาะ เมื่อแกงออกมาจะได้น้ำแกงสีสวย หอมเครื่องเทศ รสชาติเข้มข้นอย่างยิ่ง
จึงอยากจะแบ่งปันความอร่อยนี้ให้ผู้อื่นได้รับประทานเช่นกัน
วิธีทำ
- 1
วิธีทำพริกแกงฉู่ฉี่ โขลกส่วนประกอบพริกแกงให้ละเอียด
- 2
ใส่เครื่องเทศต่างๆที่คั้วหอมบดละเอียดเตรียมไว้ คลุกให้เข้ากัน ได้พริกแกงฉู่ฉี่
- 3
วิธีการทำฉู่ฉี่ปลาทับทิม1.นำพริกแกงฉู่ฉี่ไปผัดกับน้ำมันด้วยไฟอ่อนๆ จนกลิ่นหอมฉุย (น้ำมันร้อนๆมีอุณหภูมิสูงถึง 180°c จะไปดึงเอาความหอมของเครื่องแกงออกมาได้มากกว่าผัดด้วยหัวกะทิ ซึ่งมีความร้อนประมาณ 94 ° c)
- 4
2.ค่อยๆ หยอดหัวกะทิลงไปทีละน้อยจนหมด ผัดให้หัวแกงแตกมัน เติมหางกะทิให้หมด เร่งไฟให้เดือด ปรุงรสด้วย น้ำปลาและน้ำตาลมะพร้าว ใช้ไฟอ่อนเคี่ยวให้น้ำแกงเนียน
- 5
3.ใส่เนื้อปลาทับทิมที่เตรียมไว้ เมื่อปลาสุก ใส่ใบมะกรูด ยกลงจากเตา ตักใส่ถ้วยตกแต่งด้วยหน้าพริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ ใบมะกรูดซอยฝอย โรยหน้าด้วยหัวกะทิก่อนเสิร์ฟ
สูตรอาหารที่คล้ายกัน
สูตรเพิ่มเติม



ความคิดเห็น