กิ๋นข้าวแลง แป๋งจอผักกาด

ผักกาดจอ หรือชาวเหนือบางคนเรียกกันว่า แกงปู๊เขียวหางดอก หรือเด็กๆ ยุคก่อนแถวบ้านนอก เรียกกันว่า จอบราเดอร์ (มาจากชื่อบริษัททำหนังจีน Shaw Brother) เพราะอะไร ทำไมเริ่มจากใคร ไม่มีใครรู้...
กรรมวิธีการจอผักกาดในแต่ละบ้านจะไม่เหมือนกัน แตกต่างกันไป บางบ้านจอด้วยน้ำอ้อย แต่ที่บ้านจะทำเป็นจอส้ม คือใส่มะขามเปียกหรือมะขามดิบ บางบ้านไม่ใส่ปลาร้า ไม่ใส่ถั่วเน่า บ้านแอนใส่ทุกอย่างค่ะ บางบ้านบอกว่าใส่แต่กระดูกอ่อน บางบ้านใส่สามชั้น แอนใส่ทุกอย่างเหมือนกัน 5555 สูตรที่เอามาแบ่งปันกันนี้ เป็นสูตรของพ่อ ทำกินกันที่บ้าน ที่บ้านชอบปลาร้าปลากระดี่ใส่แกงมากกว่าปลาร้าปลาซิว อันนั้นจะเอาใส่น้ำพริกน้ำอ้อยกินกับมะม่วงเปรี้ยว
ที่สำคัญต้องมีกระเทียมเจียวและพริกทอด และต้องโซ่น้ำมัน คือเอาลงไปผัดน้ำมันตอนแกงเสร็จ บางบ้านแค่เจียวกระเทียมเอาลงหม้อแล้วคน
ที่ลุกขึ้นมาทำผักกาดจอ เพราะใกล้จะถึงวันครบรอบที่พ่อเสีย เกิดนึกถึงพ่อ ไหนๆ ก็ทำแล้ว เลยอยากเอาสูตรกับข้าวของแกมาแบ่งปัน สูตรนี้คนกลัวอ้วน ต้องเลี่ยงค่ะ บอกเลย 5555
กิ๋นข้าวแลง แป๋งจอผักกาด
ผักกาดจอ หรือชาวเหนือบางคนเรียกกันว่า แกงปู๊เขียวหางดอก หรือเด็กๆ ยุคก่อนแถวบ้านนอก เรียกกันว่า จอบราเดอร์ (มาจากชื่อบริษัททำหนังจีน Shaw Brother) เพราะอะไร ทำไมเริ่มจากใคร ไม่มีใครรู้...
กรรมวิธีการจอผักกาดในแต่ละบ้านจะไม่เหมือนกัน แตกต่างกันไป บางบ้านจอด้วยน้ำอ้อย แต่ที่บ้านจะทำเป็นจอส้ม คือใส่มะขามเปียกหรือมะขามดิบ บางบ้านไม่ใส่ปลาร้า ไม่ใส่ถั่วเน่า บ้านแอนใส่ทุกอย่างค่ะ บางบ้านบอกว่าใส่แต่กระดูกอ่อน บางบ้านใส่สามชั้น แอนใส่ทุกอย่างเหมือนกัน 5555 สูตรที่เอามาแบ่งปันกันนี้ เป็นสูตรของพ่อ ทำกินกันที่บ้าน ที่บ้านชอบปลาร้าปลากระดี่ใส่แกงมากกว่าปลาร้าปลาซิว อันนั้นจะเอาใส่น้ำพริกน้ำอ้อยกินกับมะม่วงเปรี้ยว
ที่สำคัญต้องมีกระเทียมเจียวและพริกทอด และต้องโซ่น้ำมัน คือเอาลงไปผัดน้ำมันตอนแกงเสร็จ บางบ้านแค่เจียวกระเทียมเอาลงหม้อแล้วคน
ที่ลุกขึ้นมาทำผักกาดจอ เพราะใกล้จะถึงวันครบรอบที่พ่อเสีย เกิดนึกถึงพ่อ ไหนๆ ก็ทำแล้ว เลยอยากเอาสูตรกับข้าวของแกมาแบ่งปัน สูตรนี้คนกลัวอ้วน ต้องเลี่ยงค่ะ บอกเลย 5555
วิธีทำ
- 1
เริ่มแรกเลย ต้มกระดูกหมู เนื้อสัตว์ต่างๆ รอเลย ใส่เกลือเม็ดสักหยิบมือ (เพราะทำหม้อใหญ่) ต้มทิ้งไว้ให้มันเปื่อยๆ จะได้อร่อย แล้วไปล้างเด็ดผัก ตอนทำที่บ้านพ่อต้องให้ลอกเปลือกของกวางตุ้งค่ะ เพราะเวลาแกงแล้วก้านแก่จะมีกากใยเยอะ ถ้าจะให้กินสบายต้องเอาออก
- 2
การเอาออกก็จะต้องแยกใบและก้านไม่ให้ปะปนกัน เพราะเวลาใส่แกงจะใส่ก้านก่อน (พ่อเป็นคนเยอะค่ะ ภาษาเหนือเรียกว่า เป็นคนถี่คนย่อย)
- 3
ปอกเปลือกหอมแดงแล้วตำพอให้แตก ใส่กะปิ ปลาร้าสับ อันนี้แล้วแต่ความเค็มของวัตถุดิบค่ะ ลองแตะๆ ชิมดูก่อนได้ รอบนี้ได้กะปิจืด เลยจัดไปสองช้อนแกง
- 4
พอน้ำซุปได้ที่แล้วให้เร่งไฟแรง ตักเอาส่วนผสมที่ตำใส่ลงในหม้อน้ำซุปที่เดือด ใส่ไปแล้วไม่ต้องคนนะคะ ทิ้งไว้อย่างนั้นแหละ สักพักกลิ่นปลาร้าจะตลบอบอวล หอมมาก (ฝรั่งคงตายคาบ้านแน่ๆ) ตักไปแล้วต้องไม่ลืมเอาน้ำซุปมาล้างครก เทกลับลงไปในหม้อ
- 5
เมื่อน้ำแกงหอมดีแล้ว ใส่ก้านลงไปสักครู่
- 6
พอก้านเริ่มใสๆ ก็ใส่ส่วนใบและยอดอ่อนลงไป กดๆ แล้วต้มไปจนผักยุบก็เบาไฟนิดหน่อย รอจนผักนิ่ม แต่ไม่ถึงกับเปื่อย คนเหนือเรียกว่า "หล้ม" และหมูควรจะเปื่อยแล้ว
- 7
ต่อมาเป็นขั้นตอนการปรุง คือต้องเอามะขามเปียกแช่น้ำอุ่น แล้วกดๆ ให้ได้เป็นน้ำมะขามข้นออกมา ชิมรสมะขามเปียกก่อนจะได้ไม่พลาด ค่อยๆ ใส่ทีละนิด เพราะเวลาเปรี้ยวแหลมแล้วแก้ยากมาก
*** ถ้าใส่เร็วไปตอนหมูยังไม่เปื่อย ความเปรี้ยวจะทำให้หมูรัดตัว และทำให้ไม่อร่อยค่ะ พ่อว่างั้น
- 8
แกงเสร็จแล้วหรี่ไฟ แล้วมาตั้งกระทะ ทอดพริก เจียวกระเทียม ตักส่วนหนึ่งขึ้นไว้โรยหน้า แล้วเหลือส่วนหนึ่งเอาไว้ จากนั้นตักแกง เอาแต่เนื้อแกงลงกระทะร้อนจัด เสียงจะดัง "โซ่" ก้องกังวาน 5555 จากนั้นค่อยๆ ตักน้ำแกงใส่ คนเบาๆ แล้วปล่อยให้เดือดในกระทะสักพัก เทกลับไปใส่หม้อเดิม...(บอกแล้วว่าพ่อเป็นคนเยอะ)
ปล.กระทะใช้มานานมากกว่ายี่สิบปี ดูเก๋ามาก แอบอายนิดหน่อย 555
- 9
ทีนี้มาตำถั่วเน่าแข็บจี่ หรือเอามือขยำก็ได้ โรยที่แกงเดือด
- 10
ไม่หนำใจจะโรยกระเทียมหน้าแกงอีกรอบก็ย่อมได้ เวลากิน หักพริกทอดใส่ อร่อยมากค่ะ
คำสำคัญ
สูตรอาหารที่คล้ายกัน
สูตรเพิ่มเติม














ความคิดเห็น