แกงรัญจวน

แกงโบราณ ที่ค่อนข้างหาทานได้ยาก ที่มาของชื่อ "แกงรัญจวน"เป็นอาหาร ชาววัง ตำรับสวนสุนันทาอีกชนิดหนึ่งซึ่งประยุกต์จากเนื้อที่เหลือในแต่ละวัน มาเป็นกับข้าวชื่อใหม่ เพราะในสมัยก่อน เจ้านายพระองค์ต่าง ๆ จะเสวยพระกระยาหารแต่น้อย แต่ละมื้อ บางทีเสวยแค่ ๑ - ๒ คำ เท่านั้น ทำให้เนื้อเหลือเยอะ นั่นคือ 'แกงรัญจวน' ซึ่งที่มาของชื่อนี้ โดยมีหม่อมเจ้าหญิงแย้มเยื้อน สิงหรา เป็นผู้คิดค้นสูตร ซึ่งนิจ เหลี่ยมอุไร เล่าว่า การทำไม่ได้มีวิธีการที่ยากอะไร เคล็ดลับอยู่ที่การตำน้ำพริกกะปิให้มีรสชาติ เผ็ด เปรี้ยว และเค็ม นำเนื้อมาต้มให้เปื่อย ในที่นี้อาจจะใช้เนื้อหมูได้ จากนั้นใส่น้ำพริกกะปิที่ตำไว้ลงไป ใส่ใบโหระพาตามลงไป ปรุงรสชาติตามรสปาก "ก่อนเสิร์ฟก็แต่งหน้าแกงด้วยใบโหระพาและพริกชี้ฟ้าแดงอีกครั้ง เท่านี้ก็จะได้แกงที่รัญจวนใจจริง ๆ"
แกงรัญจวน
แกงโบราณ ที่ค่อนข้างหาทานได้ยาก ที่มาของชื่อ "แกงรัญจวน"เป็นอาหาร ชาววัง ตำรับสวนสุนันทาอีกชนิดหนึ่งซึ่งประยุกต์จากเนื้อที่เหลือในแต่ละวัน มาเป็นกับข้าวชื่อใหม่ เพราะในสมัยก่อน เจ้านายพระองค์ต่าง ๆ จะเสวยพระกระยาหารแต่น้อย แต่ละมื้อ บางทีเสวยแค่ ๑ - ๒ คำ เท่านั้น ทำให้เนื้อเหลือเยอะ นั่นคือ 'แกงรัญจวน' ซึ่งที่มาของชื่อนี้ โดยมีหม่อมเจ้าหญิงแย้มเยื้อน สิงหรา เป็นผู้คิดค้นสูตร ซึ่งนิจ เหลี่ยมอุไร เล่าว่า การทำไม่ได้มีวิธีการที่ยากอะไร เคล็ดลับอยู่ที่การตำน้ำพริกกะปิให้มีรสชาติ เผ็ด เปรี้ยว และเค็ม นำเนื้อมาต้มให้เปื่อย ในที่นี้อาจจะใช้เนื้อหมูได้ จากนั้นใส่น้ำพริกกะปิที่ตำไว้ลงไป ใส่ใบโหระพาตามลงไป ปรุงรสชาติตามรสปาก "ก่อนเสิร์ฟก็แต่งหน้าแกงด้วยใบโหระพาและพริกชี้ฟ้าแดงอีกครั้ง เท่านี้ก็จะได้แกงที่รัญจวนใจจริง ๆ"
วิธีทำ
- 1
1.ตั้งน้ำให้เดือด ใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด กระดูกอ่อนหมู เคี่ยว นานประมาณ 30 นาที
- 2
2.น้ำพริกกะปิ: กุ้งแห้ง กระเทียม กะปิย่าง พริกขี้หนู โขลกให้เข้ากัน ปรุงรส ด้วยน้ำตาลปี๊ป มะนาว น้ำปลา
- 3
3. ตั้งน้ำ หรือ จะเป็นน้ำซุปก้ได้ ให้เดือดอีกรอบ น้ำกระดูกอ่อนที่เคี่ยว เทน้ำออก เอาเฉพาะเนื้อ ใส่
- 4
4.รอเดือด ใส่น้ำพริกกะปิ 3-4 ช้อนโต๊ะ ใส่หอมแดง กระเทียม บุบ ตะไคร้ซอย ปรุงรสตามชอบ
- 5
5.โรยหน้าด้วยใบโหระพา ดับไฟยกลง
สูตรอาหารที่คล้ายกัน
สูตรเพิ่มเติม



ความคิดเห็น (4)