แตงกวาดอง (เปรี้ยวน้อย) - Half Sour Dill Pickles

เคยซื้อแตงกวาดองมาทาน แต่แพงมากๆ เลยหาสูตรดองเอง ปรับเปลี่ยนสูตรให้ได้รสตามที่เราชอบ ตู้เย็นบ้านเราจะมีแตงกวาดองติดไว้ตลอด เราดองกินเองมาหลายปีแต่ก็ยังไม่เคยเขียนบล๊อก...วันนี้ตอนเริ่มทำ, นึกขึ้นได้เลยถ่ายรูปเอามาเขียนบล๊อกแบ่งปันสูตรให้เพื่อนๆ ได้เอาไปลองทำกัน.
แตงกวาดองสูตรนี้ไม่เปรี้ยวมาก ทานกับซี่โครงอบ, ซี่โครงย่าง, แฮมเบอเกอร์... ขอบอกว่าเข้ากันมากๆ
- สูตรของเราไม่ต้องนึ่งขวดโหลเพราะเราเทน้ำเครื่องเทศร้อนๆ ใส่ขวดโหล.
- แตงกวาที่ซื้อมาต้องเลือกที่สดมากๆ จะทำให้แตงกวาดองกรอบ.
- สูตรนี้สามารถปรับเปลี่ยนได้แล้วแต่ความชอบ ถ้าใครชอบเปรี้ยวให้เพิ่มน้ำส้มสายชู, ถ้าใครชอบแบบหวานๆ ให้เพิ่มน้ำตาล (เราใส่ 2 ช้อนโต๊ะ ไม่ได้ทำให้แตงดองหวาน, แต่ทำให้รสชาดกลมกล่อม)
- ขวดโหลของเราซื้อที่ แมคโคร จุแตงกวาได้ 1 กิโลกรัม พอดี และน้ำเครื่องเทศตามสูตร ตอนเทใส่ก็เต็ม, เหลือล้นต้องทิ้งไปแค่เพียงเล็กน้อย.
- เราไม่แน่ใจว่าแตงกวาดองนี้เก็บไว้ได้นานเท่าไหร่โดยที่ไม่ทำให้แตงกวาเสียความกรอบไป... ตั้งแต่ทำมา, เราเก็บนานสุด 3 อาทิตย์ ก็ยังคงกรอบอยู่ แต่โดยมากจะกินหมดไปเสียก่อน.
- ระยะเวลาทำจริงๆ แค่ 15 นาที แต่การดองจนทานได้รส ประมาณ 4 วันถึงเริ่มทานได้
แตงกวาดอง (เปรี้ยวน้อย) - Half Sour Dill Pickles
เคยซื้อแตงกวาดองมาทาน แต่แพงมากๆ เลยหาสูตรดองเอง ปรับเปลี่ยนสูตรให้ได้รสตามที่เราชอบ ตู้เย็นบ้านเราจะมีแตงกวาดองติดไว้ตลอด เราดองกินเองมาหลายปีแต่ก็ยังไม่เคยเขียนบล๊อก...วันนี้ตอนเริ่มทำ, นึกขึ้นได้เลยถ่ายรูปเอามาเขียนบล๊อกแบ่งปันสูตรให้เพื่อนๆ ได้เอาไปลองทำกัน.
แตงกวาดองสูตรนี้ไม่เปรี้ยวมาก ทานกับซี่โครงอบ, ซี่โครงย่าง, แฮมเบอเกอร์... ขอบอกว่าเข้ากันมากๆ
- สูตรของเราไม่ต้องนึ่งขวดโหลเพราะเราเทน้ำเครื่องเทศร้อนๆ ใส่ขวดโหล.
- แตงกวาที่ซื้อมาต้องเลือกที่สดมากๆ จะทำให้แตงกวาดองกรอบ.
- สูตรนี้สามารถปรับเปลี่ยนได้แล้วแต่ความชอบ ถ้าใครชอบเปรี้ยวให้เพิ่มน้ำส้มสายชู, ถ้าใครชอบแบบหวานๆ ให้เพิ่มน้ำตาล (เราใส่ 2 ช้อนโต๊ะ ไม่ได้ทำให้แตงดองหวาน, แต่ทำให้รสชาดกลมกล่อม)
- ขวดโหลของเราซื้อที่ แมคโคร จุแตงกวาได้ 1 กิโลกรัม พอดี และน้ำเครื่องเทศตามสูตร ตอนเทใส่ก็เต็ม, เหลือล้นต้องทิ้งไปแค่เพียงเล็กน้อย.
- เราไม่แน่ใจว่าแตงกวาดองนี้เก็บไว้ได้นานเท่าไหร่โดยที่ไม่ทำให้แตงกวาเสียความกรอบไป... ตั้งแต่ทำมา, เราเก็บนานสุด 3 อาทิตย์ ก็ยังคงกรอบอยู่ แต่โดยมากจะกินหมดไปเสียก่อน.
- ระยะเวลาทำจริงๆ แค่ 15 นาที แต่การดองจนทานได้รส ประมาณ 4 วันถึงเริ่มทานได้
วิธีทำ
- 1
เทน้ำ 3 ถ้วยตวงในหม้อ.
- 2
เติมน้ำส้มสายชู 1/3 ถ้วยตวง - เราใช้น้ำสมสายชู อสร.
- 3
ใส่เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ - พูนเล็กน้อย ถ้าจะให้ได้รสชาดดีใช้เกลือป่นหยาบธรรมดา ถ้าใช้เกลือผงละเอียดปรุงทิพย์ รสชาดจะโดด (หรือเรารู้สึกไปเองก็ไม่รู้นะ)
- 4
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ - เราใช้น้ำตาลทรายขาวธรรมดา ยังไม่เคยลองใช้น้ำตาลทรายแดง รสชาดอาจละมุนกว่า...
- 5
เครื่องเทศทำผักดอง 2 ช้อนโต๊ะ - ขวดที่เราใช้ซื้อมาจากอเมริกา, ซื้อมา 3 ขวด 4 ปีแล้วยังใช้ไม่หมด... แต่เหลือแค่ครึ่งขวด... ในเมืองไทยนี่เห็นยี่ห้อ McCormick. แต่ถ้าใครไม่อยากซื้อก็เอามาผสมเองตามใจชอบก็ได้. ซึ่งโดยมากเครื่องเทศที่เขาใส่จะประกอบไปด้วย ออล์สไปซ์เบอร์รี่, เม็ดผักชี, เม็ดมัสตาร์ด, ใบกระวาน, อบเชย, เม็ดพริกไทยดำ, กานพลู. ส่วนปริมาณแต่ละอย่างก็ต้องไปกะเอาเอง (ยังไม่เคยลองผสมเอง, ซื้อเป็นขวดที่เขาผสมแล้ว..ง่ายดีอ่ะ)
- 6
เราแอบใส่พริกขี้หนูแห้งไป 1 เม็ด ที่จริงในขวดเครื่องเทศก็มีผสมอยู่... ตอนทานก็ไม่ได้รสเผ็ดอะไรเลย... แต่ใส่ไปประดับขวดโหลก็แล้วกัน. เมื่อใส่ทุกอย่างเรียบร้อยก็ต้มให้เดือด.
- 7
ในระหว่างต้มเครื่องเทศ เราก็ล้างแตงกวาและผักชีลาว. ตอนซื้อแตงกวา, ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกแตงกวาลูกเล็กๆ รสชาดจะดีกว่าแตงกวาลูกใหญ่เป็นอย่างมาก ส่วนผักชีลาวเราซื้อกำละ 10 บาท ใส่ไปทั้งกำ ถ้าใครไม่ชอบกลิ่นผักชีลาวก็ใส่ไป 2-3 ต้นก็พอ.
- 8
นำแตงกวาที่ล้างเสร็จมาจัดเรียงในขวดโหล เรียงใช้แรกให้เต็ม.
- 9
แล้วนำผักชีลาวมาเสียบแซมในช่องว่างระหว่างแตงกวา... ถ้าเราเรียงแตงกวาจนเต็มโหลแล้วค่อยใส่ผักชีลาวจะทำให้ใส่ผักชีลาวในขวดโหลยาก.
- 10
นำแตงกวามาจัดเรียงในขวดโหลชั้นที่สองจนเต็มแล้วนำผักชีลาวที่เหลือมาใส่เพิ่มจนหมด. เราปลอกกระเทียมใหญ่ 1 กลีบใส่ลงไปด้วย.
- 11
เมื่อน้ำเครื่องเทศที่ต้มไว้เดือดแล้ว ก็นำมาเทใส่ในขวดโหลที่เราจัดเรียงแตงกวาไว้แล้ว. ให้เทน้ำเครื่องเทศร้อนๆ ใส่ในโหลทันที ไม่ต้องรอให้เย็น เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อไปในตัว (เราไม่ได้นึ่งโหลก่อน... ถ้าใครจะนึ่งโหลก่อนจัดเรียงแตงกวาก็ได้... แต่ไม่จำเป็น) ทั้งนี้น้ำเครื่องเทศต้องเต็มปริ่มปากขวด ถ้าน้ำเครื่องเทศไม่พอให้ต้มน้ำใส่เพิ่มให้เต็มขวด.
- 12
ปิดฝาแล้วทิ้งไว้นอกตู้เย็น 1 คืน... วันถัดมาค่อยนำไปเก็บไว้ในตู้เย็น ประมาณ 3-4 วันก็เริ่มทานได้.
ติดอันดับในการค้นหายอดนิยม
คำสำคัญ
สูตรอาหารที่คล้ายกัน
สูตรเพิ่มเติม















ความคิดเห็น (7)