พะโล้ สูตรโบราณ (ไม่ง้อผงสำเร็จรูป)😋

นึกอยากทานพะโล้มาสักระยะนึงแล้วค่ะ แต่ไม่มีเวลาเลย เนื่องจากการต้มพะโล้ ต้องใช้เวลานานพอสมควร วันนี้เลยขอใช้โอกาสดึงเวลาจากการ WFH (ทำงานที่บ้าน) มาทำพะโล้ทานในครอบครัวค่ะ
**การกะปริมาณ น้ำตาลทรายแดงและน้ำปลา อาจจะต้องแนะนำพ่อครัวแม่ครัวช่วยเติมลงทีละน้อยเพื่อชิมรสชาติก่อนนะคะ
พะโล้ สูตรโบราณ (ไม่ง้อผงสำเร็จรูป)😋
นึกอยากทานพะโล้มาสักระยะนึงแล้วค่ะ แต่ไม่มีเวลาเลย เนื่องจากการต้มพะโล้ ต้องใช้เวลานานพอสมควร วันนี้เลยขอใช้โอกาสดึงเวลาจากการ WFH (ทำงานที่บ้าน) มาทำพะโล้ทานในครอบครัวค่ะ
**การกะปริมาณ น้ำตาลทรายแดงและน้ำปลา อาจจะต้องแนะนำพ่อครัวแม่ครัวช่วยเติมลงทีละน้อยเพื่อชิมรสชาติก่อนนะคะ
วิธีทำ
- 1
นี่คือวัตถุดิบหลักที่จะใช้ทำพะโล้สูตรโบราณ ไม่ง้อผงสำเร็จรูปนะคะ
- 2
โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยเม็ด
- 3
นำไข่ต้ม ไปคลุกกับซีอิ๊วดำค่ะ (สูตรนี้เป็นวิธีลัดให้ไข่ออกสีพะโล้ หากเป็นสูตรเต็ม จะใส่ไข่ลงในหม้อพะโล้ ทิ้งไว้ประมาณ 8 ชั่วโมงค่ะ ไข่ถึงจะออกสี)
- 4
เริ่มต้มพะโล้ โดยใส่น้ำมันพืชลงไปในหม้อ แล้วนำรากผักชี กระเทียม พริกไทยที่โขลกไว้ ไปผัดให้หอม (ระวังไหม้นะคะ)
- 5
เมื่อหอมแล้ว ให้ตักออกก่อน แล้วใส่น้ำตาลปิ๊บลงไป ตามด้วยน้ำปลา
- 6
ใส่น้ำตาลทรายลงไป (หากไม่ใส่น้ำตาลทรายเพิ่ม ก็ให้เพิ่มปริมาณน้ำตาลปิ๊บไปอีกประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะค่ะ) แล้วเคี่ยวให้เดือดค่ะ
- 7
เคี่ยวไปจนเดือด ให้หอม ให้ออกสีน้ำตาลเข็ม
- 8
เมื่อได้ที่ เติมหมูสามชั้นลงไป ตามด้วย รากผักชี กระเทียม พริกไทยโขลกที่ผัดเมื่อครู่
จากนั้นคนให้เข้ากันจนหมูเริ่มสุก และมีสีน้ำตาล
- 9
เมื่อสุกและออกสีแล้ว ให้เติมน้ำลงไปค่ะ หรี่ไฟอ่อนๆ (วิธีนี้จะช่วยให้หมูเปื่อย นุ่ม ละลายในปาก) ต้มไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบร้อน สัก 1.3 ชั่วโมง
- 10
เมื่อหมูเปื่อยนุ่มแล้ว เติมไข่ลงไปได้เลยค่ะ
- 11
หากสีพะโล้ยังไม่เข้ม สามีใช้ซีอิ๊วดำเข้าช่วยเล็กน้อยค่ะ ชิมรสชาติ หากยังอ่อนเค็ม สามารถเติมเกลือได้เล็กน้อยค่ะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำปลาที่ใช้ ว่าเค็มมาก เค็มน้อยแค่ไหน
เมื่อได้สีและรสชาติที่ต้องการ ให้ใส่อบเชย ลูกกระวาน โป๊ยกั๊ก เพิ่มกลิ่น (หากโบราณจริงๆ จะไม่ใส่พวกนี้ค่ะ แต่เราว่า ถ้าไม่ใส่มันดูไม่เหมือนพะโล้ เลยแอบใส่นิดหน่อย พอให้ได้กลิ่น)
- 12
ตักเสิร์ฟได้เลยค่ะ💓
คำสำคัญ
สูตรอาหารที่คล้ายกัน
สูตรเพิ่มเติม
























ความคิดเห็น