Fresh Cheese Pie With Blueberry Sauce (บูลเบอรี่ชีสพายสด)

ถ้าไม่มีฐานพาย ก็เป็น Cheesecake ครับนี่ข้อแตกต่าง ระหว่าง Cheese pie และ Cheesecake ในส่วน ชีสเค้กจะมีการใส่แป้งลงไปเล็กน้อย แป้งเค้ก แป้งข้าวโพด หรือแม้กระทั่งใส่ไข่ไก่ลงไป เพื่อให้คงตัวและมีการนำตัวขนมไปคนบนอ่างน้ำร้อนเพื่อผ่านความร้อนให้แป้งสุกหรือไข่สุกครับ สาเหตุคือเนื่องจากไม่มีฐานพายร่วนมารองรับ เลยทำให้ต้องใส่แป้งเพื่อให้ฐานขนมมันทรงตัวได้ไม่งั้นฐานมันจะเริ่มละลายและเละทั้งก้อนจนไม่เป็นก้อนเค้กครับ
แต่ที่ประเทศ ออสเตรเรีย ไม่ว่าจะอะไรก็ตามมีฐานพายร่วนไม่มีฐานพายร่วน เห็นกลมๆ ขุ่นพี่ก็เรียกเค้กหมด -.-“
เป็นสูตรที่ใช้ครีมชีสสดไม่มีการใส่เจลาตินครับ ตัวครีมชีสจะไม่ผ่านความร้อนใดๆ จะมีลักษณะเป็นครีมเนียนๆ ไม่แน่น ครับ แตกต่างจากการใส่เจลาตินที่เมื่อทานแล้วจะรู้สึกเป็นก้อนๆ เวลาเคี้ยว
ต้องทานตอนเย็นๆ แล้วจะอร่อยสดชื่นดีครับ มีรสเปรี้ยวๆ-เค็มๆ-มันๆ ของครีมชีสกับซาวครีม มีความหอมของน้ำและผิวเลม่อน ตัดหวานละมุนเบาๆ ด้วยซอสบูลเบอร์รี คือดี จัดเป็นถ้วยเล็กๆ กินพอหายอยากไปวันๆ ครับ วันละ 2-3 ถ้วย 🥰
**** ขนมพวกนี้เก็บไว้ได้ไม่นาน ควรทำแต่พอกิน เพราะมันเก็บไว้ได้แค่ประมาณ 1-3 วัน ครับ ควรแช่ช่องเย็นธรรมดาอย่างเดียวถ้าแช่ฟรีซเนื้อสัมผัสหลังจากละลายน้ำแข็งจะตัวครีมชีส จะเละๆ แคร็กเกอร์จะแห้งๆ ไม่กรอบเบา เพราะโดนฟรีซเซอร์เบิร์น คายน้ำออกมาหมด
Fresh Cheese Pie With Blueberry Sauce (บูลเบอรี่ชีสพายสด)
ถ้าไม่มีฐานพาย ก็เป็น Cheesecake ครับนี่ข้อแตกต่าง ระหว่าง Cheese pie และ Cheesecake ในส่วน ชีสเค้กจะมีการใส่แป้งลงไปเล็กน้อย แป้งเค้ก แป้งข้าวโพด หรือแม้กระทั่งใส่ไข่ไก่ลงไป เพื่อให้คงตัวและมีการนำตัวขนมไปคนบนอ่างน้ำร้อนเพื่อผ่านความร้อนให้แป้งสุกหรือไข่สุกครับ สาเหตุคือเนื่องจากไม่มีฐานพายร่วนมารองรับ เลยทำให้ต้องใส่แป้งเพื่อให้ฐานขนมมันทรงตัวได้ไม่งั้นฐานมันจะเริ่มละลายและเละทั้งก้อนจนไม่เป็นก้อนเค้กครับ
แต่ที่ประเทศ ออสเตรเรีย ไม่ว่าจะอะไรก็ตามมีฐานพายร่วนไม่มีฐานพายร่วน เห็นกลมๆ ขุ่นพี่ก็เรียกเค้กหมด -.-“
เป็นสูตรที่ใช้ครีมชีสสดไม่มีการใส่เจลาตินครับ ตัวครีมชีสจะไม่ผ่านความร้อนใดๆ จะมีลักษณะเป็นครีมเนียนๆ ไม่แน่น ครับ แตกต่างจากการใส่เจลาตินที่เมื่อทานแล้วจะรู้สึกเป็นก้อนๆ เวลาเคี้ยว
ต้องทานตอนเย็นๆ แล้วจะอร่อยสดชื่นดีครับ มีรสเปรี้ยวๆ-เค็มๆ-มันๆ ของครีมชีสกับซาวครีม มีความหอมของน้ำและผิวเลม่อน ตัดหวานละมุนเบาๆ ด้วยซอสบูลเบอร์รี คือดี จัดเป็นถ้วยเล็กๆ กินพอหายอยากไปวันๆ ครับ วันละ 2-3 ถ้วย 🥰
**** ขนมพวกนี้เก็บไว้ได้ไม่นาน ควรทำแต่พอกิน เพราะมันเก็บไว้ได้แค่ประมาณ 1-3 วัน ครับ ควรแช่ช่องเย็นธรรมดาอย่างเดียวถ้าแช่ฟรีซเนื้อสัมผัสหลังจากละลายน้ำแข็งจะตัวครีมชีส จะเละๆ แคร็กเกอร์จะแห้งๆ ไม่กรอบเบา เพราะโดนฟรีซเซอร์เบิร์น คายน้ำออกมาหมด
วิธีทำ
- 1
วอร์มเตา ที่อุณหภูมิ 180 c นาน 15 นาทีทิ้งไว้
- 2
ฐานพายร่วน: นำแคร็กเกอร์ปั่นหยาบ มาผสมกับเนยสดละลาย คลุกเคล้าให้เข้ากันดี นำอัดใส่พิมพ์ถ้วยอลูมิเนียมจีบเบอร์ 2816 ที่รองถ้วยฟอยล์จีบกระดาษเบอร์ 2816 อัดให้แคร็กเกอร์ที่ก้นภาชนะให้แน่นๆ และสูงประมาณ 1 cm นำเข้าเตาอบความร้อน 180 c นานประมาณ 10-15 นาที หรือจนกว่าตัวฐานพายจะแห้งดี นำออกจากเตา พักไว้ให้เย็นสนิทดี
- 3
บูลเบอร์รีชีสพายสด: ตีครีมชีสให้อ่อนตัว และเนียนดี ใส่ส่วนผสมที่เหลือทั้งหมด (ยกเว้นซอสบูลเบอร์รี) ลงไปคนผสมให้เข้ากันดี นำหยอดใส่บนฐานพายที่เตรียมไว้ ให้เต็มขอบกระดาษฟอยล์รองในถ้วยพิมพ์ จากนั้นเคาะพิมพ์เบาๆ 2-3 ครั้ง เพื่อไล่ฟองอากาศในขนม ช่องแช่เย็นธรรมดาจนกว่าจะแข็งตัวดี ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม แนะนำว่าให้มันแข็งตัวดีจริงๆ ไม่งั้นพอแกะแล้วจะไม่ค่อยสวยครับ
- 4
นำขนมออกจากช่องแช่เย็นธรรมดา เท่าที่จะกิน นำขนมออกจากพิมพ์ แกะกระดาษฟอยล์ออก จัดลงจาน นำซอสบูลเบอร์รี หยอดแต่งที่หน้าขนม เสิร์ฟ
- 5
เพิ่มเติมรูปนี้ทำใส่ฟรอยด์ครับ
คำสำคัญ
สูตรอาหารที่คล้ายกัน
สูตรเพิ่มเติม



ความคิดเห็น